เมืองไทย นับได้ว่าเป็นประเทศที่มีความมากมายหลากหลายทางชีวภาพสูงแห่งหนึ่งของโลก เนื่องมาจากตั้งอยู่ใกล้

เส้นอีเควเตอร์ มีลักษณะภูมิอากาศร้อนเปียกชื้น ทั้งยังมีภาวะทางภูมิศาสตร์ที่นานัปการ ทําให้มีป่านาท้องนาจำพวกตั้งแต่
ยอดดอย (ป่าดงดิบ, ป่าดิบชื้น, ป่าเต็งรัง, ป่าเบญจพรรณ, ป่าผสมผลัดใบ, ป่าสน) ลาดลงสู่ที่ราบ (ป่าละเมาะ,
พื้นที่เปียกน้ํา, ทะเลสาบ, หนอง, บ่อน้ำ, แม่น้ําลําลำคลอง) กระทั่งถึงชายฝั่งทะเลที่มีป่าชายเลน, ป่าโกงกาง, ป่าพรุ, ป่า
ริมหาด ฯลฯ ระบบนิเวศที่ผิดแผกพวกนี้ล้วนเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพืชพันธุ์รวมทั้งจำพวกสัตว์เยอะแยะหลาย
ประเภท จากการเรียนและก็เก็บของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งสภาพแวดล้อมพบว่าเมืองไทยมีจำพวกของ
สิ่งมีชีวิตจำนวนมากโดยเฉลี่ยโดยประมาณ 6-10% ของโลก โดยมีจำพวกพืชพันธุ์ราวๆ 15,000 ประเภท คิดเป็น 5.56%
ของโลก และก็จำพวกชนิดสัตว์ราวๆ 1,408,500 ประเภท คิดเป็น 2.6-10 % ของโลก
ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติกลุ่มนี้ เพิ่มเติมกับองค์วิชาความรู้ที่เรียกว่า “ความคิด
เขตแดน” ที่ได้รับการรวบรวม ถ่ายทอด แก้ไข จากรุ่นสู่รุ่นผ่านกรรมวิธีด้านสังคมมายาวนานเพื่อสมควร
กับการดํารงชีวิตของกรุ๊ปเชื้อสายต่างๆในแต่ละพื้นที่-ท้องถิ่น รวมทั้งนํามาใช้ประโยชน์สำหรับในการดํารงชีวิต ตัวอย่างเช่น ใช้
เป็นยารักษาโรค การปรุงอาหาร การทําเครื่องแต่งตัว รวมทั้งที่อยู่ที่อาศัย นับว่าเป็นทางหนึ่งที่ได้มีการนํา
ทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้ม แล้วก็รู้คุณค่า
สมุนไพรไทย เป็นเลิศในความสะดุดตาที่บรรพบุรุษได้มีการนําเอาความมากมายหลายทางชีวภาพมาใช้
คุณประโยชน์ โดยการนําวัตถุดิบจากธรรมชาติมาใช้สำหรับเพื่อการบําบัดรวมทั้งรักษาโรค อาทิเช่น กระเจี๊ยบแดง คําฝอย เสาวรส
เป็นกรุ๊ปสมุนไพรที่ใช้เป็นยาลดไขมันในเส้นโลหิต กระดังงาไทย เตยหอม บัวบก บัวหลวง บุญนาค ใช้เป็นยา
บํารุงหัวใจ กานพลู กระวาน กุ่มน้ํา โหระพา มะรุม พริกไท ใช้เป็นยาแก้ท้องอืด อาการท้องอืด ท้องอืด ฯลฯ ซึ่ง
นักวิชาการหลายๆคนมั่นใจว่าในป่าเขตร้อนของเมืองไทยยังมีพืชพันธุ์สมุนไพรที่มีคุณค่าอีกเพียบเลยที่ยังมิได้รับ
การเรียนค้นคว้านําเอามาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างเป็นจริงเป็นจัง